วันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560

The secret of memory : ตอนที่ 15 : ความเชื่อใจ




ในตอนกลางวันของวันนั้น มุนอาขออยู่ตามลำพังสักพัก ฉันเข้าใจว่าเธอคงรู้สึกผิดอย่างมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ตัวฉันเองจะอธิบายให้เธอเข้าใจว่าฉันไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นก็ตาม ฉันเดินลงมาจากดาดฟ้าและกำลังจะไปที่โรงอาหาร ฮีโระตามหลังฉันมาอย่างช้าๆ แต่ที่ฉันทำกับเขาเมื่อเช้าก็ดูเหมือนจะแรงไปหน่อยนะ ฉันหยุดเดินและพูดกับเขา

“ขอโทษที่เมื่อเช้าฉันทำตัวแย่ๆกับฮีโระ ฉันแค่ไม่อยากจะได้ยินแบบนั้น”

ฮีโระเดินมาหยุดอยู่ข้างๆฉัน

“ไม่เป็นไร” ^^

เราเดินไปที่โรงอาหารด้วยกันเหมือนเคย ที่โรงอาหารรุ่นพี่และเพื่อนๆก็อยู่ที่นั่นด้วย ฉันยิ้มให้กับรุ่นพี่แต่เขากลับหลบสายตา ฉันกับฮีโระจึงไปยกถาดอาหารแล้วหาโต๊ะที่ว่างนั่งกัน

“ฉันว่า มีอะไรบางอย่างแปลกๆไปนะ ฮีโระรู้สึกไหม”

“เดี๋ยวทุกอย่างก็คงจะกลับมาสู่ปกติเองแหละ กินข้าวเถอะ”

ฮีโระทำเหมือนไม่สนใจที่ในสิ่งที่ฉันพูด เขาเอาแต่ตักข้าวเข้าปากไปเรื่อยๆเท่านั้น แต่ฉันเมื่อนึกถึงเรื่องรุ่นพี่ที่ตอนนี้อยู่ไม่ไกลจากฉัน ฉันก็รู้สึกว่ากินข้าวไม่ค่อยลงซะแล้ว

“หรือบางทีรุ่นพี่อาจจะเกลียดฉันจริงๆแล้วก็ได้นะ” ^^:

“เป็นไปไม่ได้หรอกน่า” ฮีโระหยุดกินข้าวแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

“นี่ผมต้องบอกฮารุจริงๆใช่ไหมเนี่ย”

ฮีโระทำหน้าคิดหนัก เหมือนเขามีบางอย่างจะบอกฉันแต่ก็บอกไม่ได้

“มีอะไรกันเหรอฮีโระ บอกฉันมาเถอะ ขืนเป็นแบบนี้ฉันคงกินข้าวไม่ลงแน่นอน”

ฉันวางช้อนลง และนั่งจ้องหน้ารอฟังคำตอบจากฮีโระ

“จริงๆแล้วรุ่นพี่เขา...ทำเพื่อฮารุนะ”

“แล้วทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ รุ่นพี่ไม่สนใจฉันแม้แต่น้อย ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่เรายังไม่เคยได้คุยกันฉันเข้าใจนะ แต่ตอนนี้ฉันรับไม่ได้หรอก”

“เขาคิดว่าทั้งหมดอาจจะเป็นฝีมือของ...แชวอนน่ะ เขาคิดว่าแชวอนทำร้ายฮารุเพราะเขา”

“หมายความว่ายังไง แชวอนเกี่ยวอะไรด้วย ฉันไม่เข้าใจ”

“แล้วฮารุจะทำยังไง จะเดินไปบอกรุ่นพี่ว่ามุนอาเป็นคนแกล้งทำเรื่องทั้งหมดเหรอ ผมรู้ว่าฮารุไม่อยากทำแบบนั้นหรอก ฮารุก็รู้ว่าเราอยู่ในสถานะที่พูดและทำอะไรไม่ได้ เชื่อผมเถอะ ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้สักพัก เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีเอง”

แล้วเราสองคนก็ทำได้แต่นั่งกินข้าวแบบเงียบๆ สายตาของฉันในตอนนี้มีแต่หน้าของรุ่นพี่และรุ่นพี่ แม้คนที่อยู่ตรงหน้าของฉันตอนนี้จะเปลี่ยนไปมาก แต่ฉันจะเชื่อเหมือนที่ฮีโระพูดว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเมื่อเวลามันผ่านไป เพราะ ณ ตอนนี้ฉันกับฮีโระเองก็ไม่สามารถที่จะบอกกับรุ่นพี่ได้ว่าที่จริงเป็นเพียงความกังวลของมุนอา ที่ทำลงไปโดยที่เธอไม่ได้คิดและเธอก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำแบบนั้นด้วย

“อ่าว รุ่นพี่ชิน วันนี้ไม่ไปนั่งกินข้าวกับรุ่นพี่ฮีโระกับรุ่นพี่ฮารุเหรอคะ”

เสียงหวานๆของสาวน้อยนักดนตรีดังขึ้นไม่ไกล เธอหันมาพร้อมกับยิ้มให้ฉันก่อนที่จะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับรุ่นพี่ พวกเขาพูดคุยกันเรื่องอะไรนะ เห็นแบบนี้ฉันก็รู้สึกอยากจะไปนั่งที่ตรงนั้นบ้าง แม้ว่าฉันพอจะรู้จักซอลฟาบ้าง แต่ฉันเองก็แอบไม่สบายใจเหมือนกันนะ ท่าทางพวกเขาจะสนิทกันซะด้วยสิ

หลังจากที่กินข้าวกลางวันเสร็จ ฉันแวะซื้อขนมปังกับนมไปให้มุนอาที่บนดาดฟ้า แล้วเราก็มาเข้าเรียนในช่วงบ่ายด้วยกัน ไม่มีใครรู้ในสิ่งที่เกิดนอกจากฉันและฮีโระ ซึ่งพวกเราเชื่อใจกันและกันว่าจะไม่มีทางบอกใคร ฉันกับมุนอากลับมานั่งที่ของตัวเองเหมือนเดิม

“ช่วงเช้า ครูวิชาภาษาไทยและวรรณคดีบอกว่ามีนักเรียนสามคนโดดเรียน ครูคิดว่าพวกเธอรู้ตัวนะ”

และแล้วฉันและมุนอาก็ถูกให้มายืนขาเดียวอยู่ที่หน้าห้อง และที่น่าแปลกใจคือมีฮีโระอีกคนที่โดดเรียน แต่วินาทีนี้ไม่มีใครต้องการรู้ว่าเขาไปไหนมา

“พอพวกเราต้องมายืนขาเดียวแบบนี้คิดถึงตอนที่เรารู้จักกันใหม่ๆเลยเน๊าะ วันที่พวกเราโดนลงโทษด้วยกันแบบนี้น่ะ”

“นั่นน่ะสินะ”

ฉันพูดขึ้นเมื่อมันทำให้นึกถึงวันที่ฉันและมุนอารู้จักกัน มันเป็นวันที่เปิดภาคเรียนใหม่ พวกเราต่างมาจากคนละที่และต่างคนก็ต่างต้องการเพื่อน ฉันและมุนอาเลยแอบคุยกันในห้อง และถูกอาจารย์จับได้ เราจึงถูกลงโทษด้วยกัน

“คิดแล้วก็น่าตลกดีเหมือนกันนะ ”

ฉันกับมุนอาพูดคุยกันแบบเบาๆโดยมีฮีโระยืนฟังอย่างเงียบๆ หลังจากที่ครบเวลาสิบห้านาทีแล้วอาจารย์ก็เรียกพวกเรากลับเข้าห้องเรียนเหมือนเดิม ก่อนที่จะเข้าห้องฉันแอบได้ยินฮีโระพูดกับมุนอา

“ขอโทษด้วยสำหรับเรื่องเมื่อเช้านี้”

“เฮ้ย ไม่เป็นไรหรอก มันเกิดขึ้นก็เพราะฉันเองนี่นา ทำหน้าแบบนี้ไม่สมกับเป็นนายเลยนะ”

มุนอาพูดแซวฮีโระในขณะที่ตบไหล่เขาเบาๆ ฉันยิ้มออกมาได้เพราะคิดว่าอย่างน้อยๆความสัมพันธ์ของพวกเราก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ และฉันหวังว่าระหว่างฉันกับรุ่นพี่ก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เช่นกัน

ตอนเย็นหลังเลิกเรียนฉันบอกกับฮีโระว่าอยากจะไปรอรุ่นพี่ซ้อมจนเสร็จ ฮีโระอยากอยู่เป็นเพื่อนฉันจนกว่ารุ่นพี่จะซ้อมเสร็จแต่ฉันบอกเขาว่าฉันอยู่คนเดียวได้ เขาจึงกลับบ้านก่อน

ตอนนี้ฉันกำลังมานั่งดูรุ่นพี่เล่นบาสอยู่ที่โรงยิมเพียงลำพัง ในใจก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ไม่สบายใจและไม่อยากให้ความรู้สึกแบบนี้ต้องอยู่กับพวกเราไปนานๆ แต่จะบอกกับรุ่นพี่ยังไงว่าไม่ต้องกังวลกับเรื่องพวกนั้นแล้ว เพราะต่อจากนี้ไปจะมีแต่เรื่องดีๆเข้ามา และฉันกับมุนอาเองก็พูดคุยปรับความเข้าใจกันดีแล้วด้วย ในขณะที่คิดเพลินๆอยู่นั้น เธอคนเดิมที่แอบทำให้ฉันรู้สึกอิจฉาตอนกลางวันก็มา

“แอบมานั่งคนเดียวอีกแล้ว”

ซอลฟาวางกีต้าร์ลงและนั่งข้างๆฉัน

“ขอโทษเรื่องตอนกลางวันด้วยนะคะ แต่เพราะรู้สึกแปลกๆที่เห็นรุ่นพี่ไม่มากินข้าวด้วยกัน ฉันก็เลยอยากจะเข้าไปถาม ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ”

เธอยิ้มพลางขอโทษ ฉันก็กะว่าจะแอบโกรธเธอสักหน่อย แต่พอเห็นรอยยิ้มน่ารักๆนั้นเข้าก็กลับโกรธเธอไม่ลงเฉยเลย

“แล้วซอลฟาพอจะรู้ไหมว่าทำไมรุ่นพี่ถึงดูแปลกๆไป เขาดูเหมือนจะเกลียดฉันยังไงยังงั้นแหละ”

ฉันหันไปถามเธออย่างสนใจ บางทีอาจจะพอมีวิธีที่จะทำให้รุ่นพี่กลับมาคุยกับฉันได้เหมือนเดิมก็ได้

“อืม... นั่นสิคะ ตอนกลางวันที่ถามก็ไม่ยอมตอบอะไรเลย แต่ที่แน่ๆก็คงไม่ใช่เพราะว่าเกลียดรุ่นพี่ฮารุจริงๆหรอกค่ะ”

“ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นยังไงแหละ เฮ้อ”

ฉันถอนหายใจเบาๆ และมองไปยังสนามบาส รุ่นพี่ชินยังคงซ้อมอย่างหนัก ข้างๆกันนั้นมีร่นพี่อินซาอยู่ด้วย ช่วงนี้ฉันไม่ได้เจอเขาเลย ได้ข่าวว่าเขาต้องเรียนภาษาอย่างหนักเพราะจะไปเรียนต่อต่างประเทศ รุ่นพี่อินซามองขึ้นมาที่ที่ฉันกับซอลฟานั่ง สักพักสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป และรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังจะวิ่งมาหาฉันนะ

“เอ่อ รุ่นพี่คะ ฉันต้องไปซ้อมดนตรีแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะคะ”

ซอลฟารีบลุกออกไปเหมือนกับว่ากำลังหนีใครอย่างนั้นแหละ ฉันเองก็ทำได้แต่นั่ง งงๆ กับคนสองคนที่สลับกันไปมา

“ฮารุ เมื่อกี้นั่งอยู่กับใคร”

“อ๋อ เอ่อ ซอลฟาค่ะ รุ่นน้องที่เป็นนักดนตรีไงคะ รุ่นพี่ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ปะ เปล่า ก็แค่... ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยก็แล้วกันนะฮารุ”

“เอ๊ะ เอ่อ ค่ะ”

ฉันตอบไปแบบ งงๆ มีอะไรกันหรือเปล่านะ พอพูดจบรุ่นพี่อินซาก็วิ่งกลับไปซ้อมต่อ ทิ้งความงุนงงเอาไว้ให้ฉันได้กลับเอามาคิด

ฉันนั่งรอจนค่ำ ราวกับว่ารุ่นพี่จะไม่อยากเจอฉัน เขาจึงไม่ยอมเลิกซ้อมสักที แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังคงนั่งรอต่อไป จนในที่สุดพวกเขาก็เลิกซ้อม แล้วรุ่นพี่ก็เก็บของและกำลังจะเดินออกจากโรงยิม แม้จะเดินผ่านตรงที่ฉันนั่ง แต่รุ่นพี่ก็ยังคงทำเหมือนไม่เห็นฉัน และเดินออกไป

หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว ฉันเดินตามหลังรุ่นพี่อย่างช้าๆ การที่ได้เดินตามรุ่นพี่อยู่ห่างๆแบบนี้ฉันก็รับรู้ได้ถึงหัวใจที่อบอุ่นของเขา

กึก~ รุ่นพี่หยุดเดินในขณะที่ฉันตามหลังเขา รุ่นพี่ไม่ได้หันหน้ามามองฉันแม้แต่น้อย ฉันได้ยินเพียงแต่เสียงที่บางเบาของรุ่นพี่เท่านั้น

“ขอโทษนะ แต่เราเลิกพบกันเถอะ ให้มันจบลงแบบนี้เถอะนะ”

ถึงแม้ฉันจะรู้ว่าสิ่งที่รุ่นพี่กำลังทำอยู่ตอนนี้เพื่อให้ไม่ใครคิดจะแกล้งฉันอีก แต่...ที่รุ่นพี่พูด มันทำให้ฉันต้องสะอึก ฉันรู้สึกราวกับว่าคำพูดของรุ่นพี่จะเป็นเรื่องจริง ตอนนี้มีเพียงฉันที่ยังยืนอยู่ตรงนี้ รุ่นพี่เดินจากไปพร้อมกับคำพูดที่บอกให้เราเลิกพบกัน ฉันหวังแค่ว่าเรื่องที่รุ่นพี่พูดจะไม่เป็นความจริง แต่ถึงจะคิดแบบนั้น ฉันก็รู้สึกเหนื่อยใจเหลือเกิน ฉัน... จะทำยังไงดี

“เธอดูน่ารักนะเวลาที่ไม่ร้องไห้น่ะ”

ฮีโระยืนอยู่ที่หน้าประตูทางออกโรงยิม เขาไม่ได้กลับบ้านหรอกเหรอ ทำไมเขาต้องมาอยู่ตรงนี้ในตอนที่ฉันกำลังเศร้าด้วย มันยิ่งทำให้ฉันกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“ฉันก็ไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย”

ฮีโระเดินเข้ามาหาฉันอย่างช้าๆ ทำไมน้ำตาฉันต้องมาไหลเอาตอนนี้ด้วยนะ

“ผมรู้ว่าเธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ก็... รับไปสิ”

ฮีโระยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ฉันโดยที่ไม่ได้มองหน้าฉันแม้แต่น้อยเขาเพียงแค่หันหลังให้ฉัน ก็ถือว่าฉันไม่ได้ร้องไห้แล้วสินะ ฉันปล่อยความอึดอัดทั้งหมดพร้อมกับน้ำตาที่ฉันไม่อาจจะหยุดให้มันไหลได้เบื้องหลังของฮีโระที่ปลอบใจฉันด้วยความเงียบสงบที่โรงยิมแห่งนี้

ฉันเดินกลับบ้านด้วยตาที่บวมเป่ง ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น ฉันคิดว่าวันนี้เป็นวันที่ฉันดูขี้แยที่สุดเท่าที่เคยเป็น ฮีโระที่เดินอยู่ข้างๆก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ฉันเดาว่าเขาอาจได้ยินที่รุ่นพี่พูด เราต่างคนต่างเดินจนมาถึงที่หน้าบ้านของฉัน

“เข้าบ้านแล้วพักผ่อนเถอะ”

“ขอบใจนะ ฉันสัญญาว่าวันพรุ่งนี้ฉันจะเข้มแข็งให้มาก”

ฉันเดินเข้าบ้าน หลังจากที่แม่เห็นฉันก็รีบซักถามว่าเกิดอะไรขึ้นและใครทำอะไรให้ฉัน ฉันทำได้เพียงแค่ตอบแม่ไปว่าไม่เป็นไรและปิดประตู

“เจ้าเด็กน้อย วันนี้รุ่นพี่ดูเปลี่ยนไปมากเลยล่ะ เขาดูเหมือนไม่ใช่คนเดิม เธอบอกฉันได้ไหมว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง” ฉันกอดตุ๊กตาเจ้าเด็กน้อยไว้นานแสนนานจนเผลอหลับไป

“ติ๊ด ติ๊ด~~ ติ๊ด ติ๊ด~~” ครืด~~~~ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มีข้อความส่งมาจากฮีโระเหมือนเช่นเคย ฉันเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดู นาฬิกาบอกเวลา 20.05 นาที

“Hero Massege: เปิดผ่านม่านออกสิ ผมมีอะไรจะให้ดู”

ฉันค่อยๆลุกขึ้นจากที่นอน คงเพราะวันนี้เสียน้ำไปเยอะทำให้ตาของฉันลืมไม่ขึ้นสักเท่าไหร่ แต่ฉันก็ยังพยายามลุกมาเปิดผ่านม่านดู ทันทีที่ฉันเปิดผ่านม่านออก ฉันกับถือต้องตกใจ เพราะมีบางอย่างอยู่ข้างนอกหน้าต่าง มันคือ...

เหล่าลูกโป่งนับสิบๆลูกหลากหลายสีสันถูกมัดรวมกันไว้ที่นอกหน้าต่างห้องฉัน ลูกโป่งทุกใบมีรูปหน้ายิ้มอยู่ ฉันมองไปที่หน้าต่างห้องของฮีโระ เขาที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างก็กำลังมองมาที่ฉันเช่นกัน ฮีโระส่งยิ้มมาให้ฉันอย่างใจดี

ติ๊ด ติ๊ด~~ และตามด้วยข้อความอีกหนึ่งฉบับ มันคือรูปภาพที่ตลกปนน่ารักของฮีโระที่ถ่ายคู่กับลูกโป่งเหล่านั้น และใต้รูปถ่ายก็มีข้อความแนบมาด้วย

“ไม่ว่ายังไง ผมก็เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น มายิ้มให้กำลังใจตัวเองกันนะ”

ข้อความและรูปภาพที่ฉันได้รับจากฮีโระ ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้บ้าง ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องก้าวผ่านวันนี้ไปได้ ฉันเปิดกล้องจากโทรศัพท์ขึ้นมาและถ่ายรูปของฉันกับลูกโป่งหน้ายิ้มพวกนั้น แล้วกดส่งไปให้ฮีโระ

“ฉันยิ้มแล้วนะ เห็นรึยัง”

ฮีโระยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย เขามักจะเข้ามาในช่วงเวลาที่ฉันลำบากและไม่สบายใจเสมอ บางทีฉันก็คิดว่าเขาเปรียบเสมือนเทพบุตรอีกคนหนึ่งสำหรับฉัน คนที่เหมือนจะรู้ว่าฉันเศร้าในตอนไหนและก็มักจะโผล่มาตอนนั้นเสมอ ฉันค่อยๆดึงลูกโป่งที่ถูกถ่วงด้วยก้อนหินเข้ามาในห้องและปล่อยให้มันลอยติดอยู่บนเพดาน เพราะทุกครั้งที่ฉันเงยหน้าขึ้นไปจะได้เจอแต่รอยยิ้ม ฉันเดินไปที่หน้าต่างอีกครั้ง ฮีโระยังคงอยู่ที่นั่น เขายังคงนั่งฟังหูฟังอยู่ริมหน้าต่าง ฉันโบกมือให้เขาก่อนที่จะปิดผ้าม่านลง

“ขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆ”

ตอนนี้ฉันเริ่มมีกำลังใจขึ้นมาบ้างแล้ว แม้ว่าฉันจะไม่ค่อยเข้าใจว่าระหว่างฉันกับรุ่นพี่เกิดอะไรขึ้น และสิ่งที่ฉันได้ยินมันเป็นความจริงไหมแต่ว่าฉันจะต้องเข้มแข็งและยอมรับกับมันให้ได้

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างไหนคือความจริงอย่างไหนคือเรื่องโกหก แต่ฉันก็เชื่อในตัวรุ่นพี่ว่าคงต้องมีเหตุผลที่ทำแบบนั้น และไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ฉันก็จะรอนะคะ รุ่นพี่”

ฉันหยิบเจ้าเด็กน้อยจากหัวเตียงมากอด ภาพของรุ่นพี่ที่เราไปเที่ยวด้วยกันผุดขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มที่สดใส บางครั้งก็ดีใจเหมือนเด็ก บางครั้งก็เป็นที่พึ่งที่อบอุ่น และบางครั้งก็ดูเย็นชาราวกับว่าเป็นคนละคน

“เวลาคงจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นจริงๆใช่ไหมนะ”

ฉันหยิบรูปถ่ายสติ๊กเกอร์ที่เราถ่ายด้วยกันขึ้นมาดู แม้ว่ามันจะดูตลกมากแต่มันก็เป็นรูปถ่ายใบแรกของเรา ในภาพที่รุ่นพี่และฉันยิ้มด้วยกันแบบนั้น ก็ดูเหมาะสมกันดีออกไม่ใช่เหรอ...

The secret of memory : วันวานกับความทรงจำ



The secret of memory : วันวานกับความทรงจำ

>>> The secret of memory : วันวานกับความทรงจำ <<<

................................................................................................................................................................................
นิยายรักหวานแหวว โดย : Pk.Sunfany
Facebook Fan : https://www.facebook.com/sunksong

ค้นหา เพลงเกาหลี

 

เนื้อเพลง เพลงเกาหลี KPOP ร้องง่าย อ่านสบายตา © 2015 - Designed by Templateism.com, Plugins By MyBloggerLab.com